เตรียมตัวเป็นว่าที่บัณฑิต
posted on 07 Dec 2008 00:36 by livalrate in Life
นั่งจับเจ่าอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์มาหลายวัน
ติดนิสัยอู้งานมากจากไหนก็ไม่รู้ สงสัยเพราะไม่ได้ลุกออกไปทำอะไรน่าตื่นเต้น
ผีขี้เกียจเลยเข้าสิงร่างค่ะ ... วันนี้จึงลุกขึ้นมาปัดรังควาน ด้วยการออกไปถ่ายภาพกับคุณเจ้านาย
ยังไม่ทันเดินออกไปพ้นเขตสวนหลังบ้าน ก็ต้องกลับไปนั่งปั่นงานหน้าจอคอมต่อ
เนื่องจากมีคำสั่งด่วนเข้ามาทางโทรศัพท์ให้อัพนู่นนี่แบบไม่เป็นเวลากันสักเท่าไหรนัก
ทำงานเว็บมาสเตอร์แบบไม่มีระบบก็งี้แหละ... เค้าสั่งให้ทำอะไรตอนไหนก็ทำ เป็นหน้าที่ค่ะ
ช่วงใกล้สิ้นปีเป็นช่วงเสียตังมากที่สุด โดยเฉพาะในสิ้นปีนี้ ..เพราะลิรับปริญญาในปลายปีนี้ค่ะ
โปรแกรมการใช้งานของว่าที่บัณฑิตจึงถูกร่างขึ้น รายละเอียดข้าวของที่ต้องซื้อมีมากมาย รายจ่ายยาวเป็นหางว่าว
ขณะที่รายรับเรียกว่าคงที่ บางทีก็นิ่งสนิท...T-T
อะไรบ้างที่บัณฑิตต้องใช้จ่าย
- ค่าชุดครุย : มีแบบตัดและแบบเช่าค่ะ เปรียบเทียบราคาแล้วไม่ต่างกันเท่าไหรเลยเลือกแบบตัดเอา
ที่บ้านเราเป็นร้านถ่ายรูป จึงสามารถนำไปให้ลูกค้าใช้งานได้ต่อค่ะ (เอาซะคุ้มเลย)
- ค่ารองเท้าและชุดนักศึกษา : เจ้ากระโปรงจีบรอบที่ใส่ไปเรียนจนจบปี 4 นี่มันใช้รับปริญญาไม่ได้ค่ะ
ต้องเป็นกระโปรงทรงกระสอบสีกรมท่า ตามกฏของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ก็ต้องซื้อใหม่กันไป
ส่วนเสื้อนึกศึกษาก็ใส่จนเหลืองเน่าหมดแล้ว ทำให้ต้องซื้อตัวใหม่อีกแหละ
และรองเท้าก็ต้องเป็นคัทชูสีดำ ไม่มีลาย วู้~ ( ...ลำบากคนเท้าใหญ่หารองเท้ายากอีกแล้ว)
-ค่าเลี้ยงน้องสาขา : รายจ่ายค่าเลี้ยงน้องจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ เลี้ยงน้องสายรหัส และ เลี้ยงงานบัณฑิต
แต่ละงานก็หนักๆทั้งนั้นเลย ... ใครโชคร้ายประเภทสายพ่วงก็โชคร้ายไปค่ะ น้องเยอะ จ่ายเยอะ อิอิ
-ค่าแต่งหน้า-ทำผม : เพื่อประหยัดที่สุดเราจึงตัดสินใจแต่งหน้าทำผมเองค่ะ เดี๋ยวนี้อินเตอร์เน็ตเข้าถึง
ฉะนั้นแล้วการแต่งหน้าทำผมไม่ใช่เรื่องยากเกินฝีมือเรา เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลมีเยอะมาก
ช่วงนี้ก็เลยไปสิงอยู่ที่ห้องโต๊ะเครื่องแป้งของพันทิป และเว็บ Jeban ศึกษาหาข้อมูลกันไป
- ค่าเครื่องสำอางค์ : อนิจจาแม้จะประหยัดค่าช่างแต่งหน้าแต่เราก็ต้องมาเสียเงินค่าเครื่องสำอางค์เพิ่ม
แต่ถือว่าคุ้มค่าเพราะเก็บไว้ใช้ระยะยาวได้ ถ้าใครมีของคุณแม่ก็หยิบยืมมาใช้เอา จะได้ประหยัด
แค่ต้องเลือกสีที่เหมาะกับตนเองไม่ให้ดูแก่จนเกินไป
- ค่าเสริมความงามเพื่อวันสำคัญอีกหนึ่งวันในชีวิต : อันนี้ลิลงทุนเพื่อตัวเองค่ะ
เริ่มหาวิตามินมาทานบำรุงสุขภาพร่างกายและหน้าตาตั้งแต่เนิ่นๆ รักษาสิวฝ้าและรอยด่างดำเท่าที่ทำได้
ถ้าหน้าตามันดีขึ้นสักหน่อยเวลาถ่ายรูปในงานรับปริญญาจะได้ไม่ลำบากเจ้านายที่อุตส่าห์มาเป็นตากล้องให้
- ค่าช่างภาพ : ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างรึเปล่า? ที่จะต้องจ้างตากล้องอาชีพมาถ่ายภาพในงาน
สำหรับหลายคน วันรับปริญญาเป็นวันที่สำคัญในชีวิตก็อยากได้ภาพดีๆน่าประทับใจมาเก็บ
เรียนมาตั้ง 4 ปี บางคนเป้อไปหลายปี จะจบทั้งทีก็ขอภาพความทรงจำดีๆไว้สักหน่อย การลงทุนจึงเกิดขึ้น
และนับว่าเป็นความโชคดีของเราอีกแล้วค่ะ ที่ได้คุณเจ้านายผู้น่ารักมาเป็นตากล้องให้ในงานนี้
จึงไม่ต้องเสียเงินจ้างตากล้อง ซึ่งที่ขอนแก่นค่าตากล้องจะอยู่ที่ราวๆ 3000 บาทต่อวัน O_o!!
เห็นราคาแล้ว เราแทบจะอยากไม่รับปริญญาแล้วไปรับงานถ่ายภาพแทน 555+
เบ็ดเสร็จแล้ว..กี่บาทไม่รู้ แต่ท่าทางจะหลายตัง เป็นบัณฑิตนี่ไม่ง่ายเลยแฮะ ใช้เงินเยอะเหมือนกัน
ทำให้ต้องกดดันตัวเองด้วยการทำงาน แล้วเก็บเงินๆ แล้วก็ใช้เงินๆ เป็นวัถจักรไปชั่วชีวิต
อืม.. ใครที่อยากเรียนให้จบแล้วมาทำงานไวๆก็คิดดีๆนะคะ ฮุๆ
ผ่อนคลายกันดีกว่าด้วยประเด็นหลักของวันนี้
คุณเจ้านายถ่ายภาพพี่โนอากับนังนีโม่ได้ช๊อตฮาๆมาเพียบ
แต่เอามาแปะบลอคแค่นิดหน่อย ที่เหลือเก็บไว้ชื่นชมเอง เอิ้ก!
พี่โนอาหน้าตาเหล๋อหล๋า ..น่ารักจังเลยน้า ลูกใครคะเนี่ย อ๊ายๆ!! >///
<
วันนี้หมาขี้อ้อนมุดเข้ามา เอาหัวงัดแขนเราขึ้นเพื่อเข้ามานอนในอ้อมกอด อุเหม่!!!
แค่นี้แม่ก็หลงนู๋จะแย่แล้วค่ะลูกขา
นังนีโม่หน้าดุ
วันนี้นีโม่เทคตัวขึ้นเตียงโดยลอดใต้คางเราตอนที่ตัวเรากำลังนั่งก้มมองคอมอยู่
มันเทคตัวแรงโดนปากเรา จนเรากัดลิ้นตัวเอง น้ำตาไหลเลย T-T** ชิชะ!!
ตอนหลังเลยแก้แค้นเอาที่พ่นลมสำหรับทำความสะอาดเลนส์ ไล่พ่นใส่หูนีโม่ค่ะ
ได้ผลด้วย!! นังนีโม่ตกใจกลัวที่พ่นลม หัวกระแทกโต๊ะเลย 555
โฉมหน้าคนแกล้งหมา
วันนี้เอาหูหมีที่เพิ่งซื้อมาใส่ถ่ายรูปเล่น
โนอากับนีโม่นึกว่าตุ๊กตา กระโดดงับใหญ่เลย =_=" เฮ้ย!
ม่าม๊าอุตส่าห์ตั้งใจซื้อมาใส่จะได้เป็นขาวๆ 3 ตัวไง แล้วนู๋ๆมาไล่งับๆ ได้ไงคะลูกขา
ขอบคุณเจ้านายที่วันนี้พาไปลั่นล้าหลายที่ค่ะ แล้วยังถ่ายรูปให้ด้วย น่ารักจริงๆ




#1 By Eddy on 2008-12-07 01:11